แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศรัทธา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศรัทธา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หายนะของความคิดเชิงลบ และพลังแห่งศรัทธา

 

    จิตใต้สำนึกของเราไม่แยกแยะระหว่างความคิดที่สร้างสรรค์และทำลายล้าง มันจะทำงานตามสิ่งที่เราใส่ให้มัน ซึ่งก็คือความคิดนั่นเอง จิตใต้สำนึกจะแปรเปลี่ยนความคิดที่เจือปนด้วยความกลัวไปสู่ความเป็นจริง และจะแปรเปลี่ยนความคิดที่แฝงไว้ด้วยกล้าหาญหรือศรัทธาไปสู่ความเป็นจริงด้วยเช่นกัน เหมือนกระแสไฟฟ้าที่เดินเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าเราใช้อย่างถูกวิธีก็จะมีประโยชน์  แต่ถ้าใช้ผิดวิธี เครื่องจักรอาจพังพินาศ เช่นเดียวกันกับกฎแห่งการเสนอแนะตัวเอง ซึ่งจะนำสันติสุขและความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้คุณ หรือนำคุณไปสู่ความล้มเหลว สิ้นหวัง และหมดสิ้นทุกอย่างก็ได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นกับความรู้ ความเข้าใจ และการรู้จักนำมันไปใช้

    ถ้าจิตใจของคุณเต็มไปด้วยความคาดหวัง สงสัยและไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองในการนำเอาพลังงานอัจฉริยภาพแห่งจักรวาลมาใช้  คุณก็จะไม่สามารถใช้พลังงานนั้นได้  กฎของการเสนอแนะตัวเองจะนำพาความไม่เชื่อและความสงสัยให้จิตใต้สำนึกแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็นจริง เหมือนกระแสลมที่พัดพาเรือลำหนึ่งไปทางตะวันออก แต่พัดพาเรืออีกลำไปตะวันตก

     กฎแห่งการเสนอแนะตัวเองนั้นจะยกระดับคุณขึ้นหรือลงก็ได้ ซึ่งเป็นไปตามวิถีความคิดของคุณเอง
กฎแห่งการเสนอแนะตัวเอง ทำให้บางคนยกระดับตัวเองไปสู่ความสำเร็จได้

เหมือนอย่างที่บทกวีนี้ได้พรรณนาไว้ โปรดสังเกตการใช้ถ้อยคำแล้วคุณจะเข้าใจความหมายลึกซึ้ง

ถ้าคุณ คิด ว่าคุณล้มเหลว คุณก็จะเป็นตามนั้น
ถ้าคุณ คิด ว่าคุณไม่กล้า คุณก็จะไม่กล้า
ถ้าคุณอยากจะชนะ แต่กลับ คิด ว่าตัวเองไม่สามารถชนะได้
ก็ค่อนข้างแน่นอนว่าคุณจะไม่ชนะ
ถ้าคุณ คิด  ว่าคุณจะพ่ายแพ้ คุณก็แพ้
เหนือสิ่งอื่นใดที่เราค้นพบ
ความสำเร็จเริ่มต้นจากความตั้งใจ
และทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ ในใจของเรานี่เอง
ถ้าคุณ คิด ว่าตัวเองเหนือชั้น คุณก็เป็นเช่นนั้น
คุณต้อง คิด ให้ไกลและไปให้ถึง
คุณต้อง มั่นใจในตัวเอง ก่อน จึงจะได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จ
สงครามชีวิตไม่ได้มุ่งสู่ผู้ที่เข้มแข็งกว่า และรวดเร็วกว่าเสมอไป
เพราะไม่ช้าก็เร็วผู้ชนะที่แท้จริงก็คือ คนที่ คิด ว่าเขาทำได้ 

     ถ้าคุณปรารถนาพลังแห่งศรัทธานี้ จงเรียนรู้จากผู้ที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและประสบความสำเร็จ  พื้นฐานของคริสเตียนคือความเชื่อ อาจมีผู้คนมากมายเข้าใจพลังอันยิ่งใหญ่ผิดไป  แต่มหัศจรรย์แห่งคำสั่งสอนและความสำเร็จของพระคริสต์นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าศรัทธา

     ถ้ามีปรากฏการณ์แห่งความอัศจรรย์แก่จิตใจก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากศรัทธาทั้งสิ้น  มหาตมะคานธี ของอินเดีย  เป็นหนึ่งในตัวอย่างอันน่าอัศจรรย์ของศรัทธาคานธีใช้พลังอำนาจได้มากกว่าผู้ใดในยุคสมัยเดียวกัน และเขามีพลังอำนาจ ทั้งๆที่เขาไม่มีเครื่องมือแห่งอำนาจเหมือนคนทั่วๆไป เช่น เงินทอง อาวุธ
กำลังทหารและยุทธปัจจัย คานธีไม่มีเงิน ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ แต่เขามีพลัง

      พลังอำนาจของเขามาจากไหนกัน? เขาสรรค์สร้างมันมาจากความเข้าใจในหลักการแห่งศรัทธา และผ่านศักยภาพของเขาในการที่จะปลูกฝังศรัทธานั้นเข้าไปในจิตใจและผู้คนสองร้อยล้านคน  คานธีสร้างศรัทธาที่น่าอัศจรรย์ทำให้คนสองร้อยล้านคนรวมตัวกัน   และขับเคลื่อนไปสู่ชาติด้วยน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

จะมีพลังอื่นใดในโลกทำเช่นนี้ได้นอกจากศรัทธา?

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อารมณ์แห่งศรัทธา ความเชื่อ และจิตใจ

ศรัทธา ความเชื่อ เป็นปัจจัยสำคัญของจิตใจ


     เมื่อศรัทธาหลอมรวมเข้ากับความคิดจะทำให้จิตใต้สำนึกสามารถรับรู้คลื่นความคิดนั้น  จิตใต้สำนึกจะแปลความหมายและส่งมันไปสู่อัจฉริยภาพแห่งจักรวาล(infinite intelligence)

    อารมณ์แห่งศรัทธา ความรัก และกามารมณ์ เป็นอารมณ์เชิงบวกที่ทรงพลังที่สุด  เมื่อสามสิ่งนี้หลอมรวมเข้าด้วยกันมันจะแต่งแต้มสีสันให้กับความคิด  ซึ่งจะทำให้มันสามารถเข้าสู่จิตใต้สำนึกได้  ที่นั่นมันจะถูกแปรเปลี่ยนไปสู่รูปแบบซึ่งพร้อมที่จะรับการตอบสนองจากอัจฉริยภาพแห่งจักรวาล

     ข้อความต่อไปนี้สำคัญมาก ในการทำความเข้าใจกับความสำคัญของการเสนอแนะตัวเอง  เพื่อแปรเปลี่ยนปณิธานไปเป็นสิ่งที่จับต้องได้และเงินทอง

คำว่า "ศรัทธา"  หมายถึงสภาวะจิตใจที่จะถูกชักนำและสร้างสรรค์ด้วยการยืนยันหรือออกคำสั่งซ้ำๆ ไปยังจิตใต้สำนึก  ผ่านหลักการของการเสนอแนะตัวเอง

การยืนยันกับตัวเองซ้ำๆ นี้   เหมือนกับการออกคำสั่งกับจิตใต้สำนึกของคุณและมันเป็นวิธีการเดียวในการเสริมสร้างอารมณ์แห่งศรัทธา   (ความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าคุณสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้)

ลองพิจารณาว่า 

   ทำไมคุณจึงได้มาพบกับข้อความนี้ นั่นเพราะคุณต้องการที่จะมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงพลังความคิดแห่งปณิธาน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนให้เปลี่ยนเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ซึ่งรวมไปถึงเงินทองด้วย  คำแนะนำนี้วางอยู่บนพื้นฐานของ การเสนอแนะตัวเองและจิตใต้สำนึก

   และคุณจะได้เรียนรู้เทคนิคที่จะทำให้จิตใต้สำนึกเชื่อว่า ตัวคุณเองมีความเชื่อในสิ่งที่ร้องขอจิตใต้สำนึกจะจัดการกับความเชื่อนั้น และส่งมันกลับมาหาคุณในรูปแบบของ “ศรัทธา”  ตามมาด้วยแผนการที่จะนำสิ่งที่คุณได้ตั้งปณิธานไว้มาให้คุณ

   คุณจะต้องพัฒนาสภาวะจิตใจแห่งความมีศรัทธาในตัวเองและศักยภาพของตัวเองให้เกิดขึ้นมา  เป็นความจริงที่ว่า  "ศรัทธา"  เป็นสภาวะจิตใจที่จะพัฒนาให้เกิดในตัวคุณเองได้ตามธรรมชาติก็ต่อเมื่อคุณได้นำหลักการเหล่านี้ไปใช้  อารมณ์หรือความรู้สึกแห่งห้วงความคิด  เป็นสิ่งที่ทำให้ความคิดของคุณมีชีวิตชีวาและจะส่งผลต่อกิจกรรมที่จะทำต่อไป

     อารมณ์แห่งศรัทธา อารมณ์รัก และกามารมณ์  เมื่อผสมผสานเข้ากับพลังความคิดจะนำไปสู่การปฏิบัติที่สัมฤทธิผลความคิดที่ถูกเจือปนด้วยอารมณ์  (ความรู้สึก) และผสมผสานด้วยศรัทธา (ความเชื่อในศักยภาพของตนเอง)  จะเริ่มแปรเปลี่ยนสภาพของตัวมันเองอย่างมีปฏิสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามความจริงข้อนี้ไม่ได้เกิดเฉาะกับพลังความคิดที่เปี่ยมด้วยศรัทธาเท่านั้น แต่เป็นจริงกับทุกอารมณ์รวมไปถึงอารมณ์เชิงลบด้วย

     นั่นก็หมายความว่า  จิตใต้สำนึกนั้นจะแปรเปลี่ยนไปสู่พลังความคิดเชิงลบหรือในทางทำลายล้างได้เช่นเดียวกันกับการแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือสร้างสรรค์นักอาชญาวิทยาได้เคยพูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่า

“ครั้งแรกที่คนเราสัมผัสกับอาชญากรรม จะรังเกียจมัน แต่ถ้าเขายังเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่อไปอีกระยะหนึ่ง จะเริ่มเคยชินและทนกับมันได้ เขาจะรับมันไว้และถูกครอบงำในที่สุด” 

    นี่เป็นปฏิสัมพันธ์ของพลังความคิดเชิงลบที่ได้ผ่านเข้าไปสู่จิตใต้สำนึกมากพอ  จนทำให้จิตใต้สำนึกยอมรับมันในที่สุด จิตใต้สำนึกจะแปรเปลี่ยนพลังนั้นให้เกิดผลในทางปฏิบัติ  นี่คือคำอธิบายว่าทำไมปรากฏการณ์เลวร้ายจึงมักเกิดขึ้นกับคนนับล้านที่คิดว่าตัวเองโชคร้าย  มีผู้คนนับล้านที่เชื่อในเคราะห์กรรมของตัวเองที่ยากไร้และล้มเหลว  เพียงเพราะพลังที่เขาเรียกว่าความโชคร้าย และมีความเชื่อว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมได้

ความเป็นจริงแล้วตัวพวกเขาเองต่างหากที่เป็นผู้สร้างความอับโชคให้ตัวเอง  เนื่องจากความเชื่อในโชคร้าย  ได้เข้าไปสู่จิตใต้สำนึกแบบแปรเปลี่ยนไปสู่ผลในทางปฏิบัติ ความเชื่อหรือศรัทธาของคุณเป็นรากฐานที่จะกำหนดการทำงานของจิตใต้สำนึก ดังนั้นผมจึงขอเน้นย้ำว่า คุณจะได้ประโยชน์จากการส่งปณิธานที่คุณปรารถนาลงไปสู่จิตใต้สำนึก เพื่อแปรเปลี่ยนให้เกิดผลในทางปฏิบัติหรือเป็นเงินทอง

จิตใต้สำนึกจะแปรเปลี่ยนให้เกิดผลในทางปฏิบัติด้วยวิถีทางที่สะดวกและตรงที่สุด  คำสั่งใดก็ตามที่ลงไปสู่จิตใต้สำนึกด้วยความเชื่อและศรัทธาย่อมจะบังเกิดผล  โปรดสังเกตประเด็นนี้ให้ดี เนื่องจากมันเป็นหนทางที่จะทำให้จิตใต้สำนึกทำงาน

เมื่อคุณให้คำแนะนำจิตใต้สำนึกด้วยการเสนอแนะตนเองแล้ว คุณจะสามารถหลอกล่อจิตใต้สำนึกได้โดยไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งคุณ ตัวผมเองก็เคยได้ใช้วิธีนี้หลอกล่อจิตใต้สำนึกของผม

 เมื่อคุณจะเรียกใช้จิตใต้สำนึกโดยการหลอกล่ออย่างแนบเนียนนั้น  คุณจะต้องทำตัวเองให้เสมือนว่าได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการไว้เรียบร้อยแล้ว

    คุณจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นอารมณ์เชิงบวกให้เป็นกำลังหลักของจิตใจ อย่างไรก็ตามศรัทธาในตัวคุณไม่ได้มาจากการอ่านเพียงแค่คำแนะนำ  คุณจะต้องเข้าใจทฤษฎีอย่างถ่องแท้และเริ่มนำมันไปปฏิบัติ
ด้วยประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติจะทำให้คุณสามารถพัฒนาศักยภาพในการผสมผสานศรัทธาเข้ากับคำสั่งที่ส่งลงไปในจิตใต้สำนึกได้

    เมื่อคุณมีศรัทธาในความสามารถของตัวเองแล้ว คุณจะสามารถออกคำสั่งต่อจิตใต้สำนึกได้  ซึ่งจิตใต้สำนึกจะยอมรับและตอบสนองในทางปฏิบัติทันที การที่จิตใจของคุณมีอารมณ์เชิงบวกเป็นหลัก
จะช่วยสนับสนุนให้เกิดศรัทธาขึ้นในจิตใจ

ศรัทธาในตัวเองเป็นสภาวะจิตใจ ที่คุณสามารถสร้างได้ด้วยการเสนอแนะตนเอง

ตลอดทุกช่วงวัยของเรา ผู้นำทางศาสนามักจะตักเตือนให้ผู้คน “มีศรัทธา” เมื่อเขากล่าวถึงการมีศรัทธา จะดูเหมือนว่าไม่มีเหตุผล เป็นแค่หลักความเชื่อทางศาสนา แต่สิ่งที่พวกเขาพลาดก็คือ ไม่ได้บอกว่าการจะมีศรัทธานั้นทำอย่างไร พวกเขาไม่ได้บอกให้รู้ว่า

“ศรัทธาเป็นสภาวะจิตใจที่สร้างขึ้นมาได้ด้วยการเสนอแนะตนเอง” 

ในบล็อกนี้ ได้อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายถึงหลักการเพิ่มศักยภาพในตัวคุณ  เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายด้วยศรัทธาซึ่งเดิมเราไม่ได้มีมาก่อน  ก่อนที่เราจะเริ่มต้น คุณควรจะถูกย้ำเตือนอีกครั้งว่า

ศรัทธา เป็น “น้ำทิพย์อมตะ” ที่ให้ชีวิต ให้พลัง และให้ผลในทางปฏิบัติแก่พลังความคิด  ข้อความข้างบนนี้มีคุณค่าในการอ่านซ้ำ 2 ครั้ง , 3 ครั้ง และ 4 ครั้ง มันยิ่งมีคุณค่าถ้าคุณอ่านออกมาดังๆ
ศรัทธา เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งร่ำรวย 
ศรัทธา เป็นพื้นฐานของความมหัศจรรย์ และความลึกลับที่ไม่สามารถอธิบายด้วยกฎทางวิทยาศาสตร์
ศรัทธา เป็นภูมิต้านทานความล้มเหลวเพียงอย่างเดียวที่เรารู้จัก
ศรัทธา เป็นสิ่งสำคัญในการผสมผสานกับปณิธาน เพื่อทำให้คุณสามารถติดต่อสื่อสารกับอัจฉริยภาพ
แห่งจักรวาลได้
ศรัทธา เป็นสิ่งสำคัญในการแปรเปลี่ยนคลื่นความคิดที่สร้างสรรค์จากจิตใจให้เข้าไปสู่จิตวิญญาณ
ศรัทธา เป็นวิถีทางเดียวที่จะควบคุมอัจฉริยภาพแห่งจักรวาล และนำไปใช้ประโยชน์

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

วิธีสร้างศรัทธาให้ตนเอง

  ปัญหาของคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง คิดอยากออกแบบชีวิตตัวเอง แต่ไม่กล้าที่จะทำตามความฝัน อุปสรรคแรกและอุปสรรคเดียวที่ขวางระหว่างชีวิตกับการใช้ชีวิตคือขาดความ “เชื่อมั่น” หนักๆสุดคือการขาด “ศรัทธาในตัวเอง” ถ้าใครก็ตามที่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นว่าแย่แล้ว แต่ถ้าไม่มีทั้งสองอย่างนี้ หมดสิทธิ์หวังว่าจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้แน่นอน


- อยากลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจของตัวเอง
- อยากกอดเงินแสนแรกในชีวิตให้สำเร็จ
- อยากประสบความสำเร็จในอาชีพเสริม
- อยากเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน
- อยากมีความรักที่ดี มีความสุข ประสบความสำเร็จ
- อยากออกแบบชีวิตตัวเอง แต่เหตุผลเดิมๆ กลัว
- บลาๆๆ หลายอยาก (อีกหลายข้อ)

อะไรนะ อยากทำทั้งหมดอย่างที่เขียนมา แต่ไม่มีความเชื่อมั่นงั้นเหรอ…ไม่ศรัทธาในตัวเองเหรอ ถ้าอย่างนั้น หยุดฝันเลย ไม่มีทางทำได้หรอก ผมฟันธง โลกมันโหดร้ายแบบนั้นแหละ ขาดความเชื่อมั่นและขาดความศรัทธาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งชีวิตก็จบแล้ว จบตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

แต่ผมขอรับประกัน ใครที่ขาดความเชื่อมั่น ขาดความศรัทธาในตัวเอง รู้สึกชีวิตตัวเองไม่ได้เรื่อง ก้าวหน้าไปกว่านี้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าชีวิตจะออกหัวหรือก้อย และทนอยู่กับสภาวะแบบนั้นอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมมีวิธีเด็ดๆที่จะทำให้คุณขจัดความกลัว และสร้างความเชื่อมั่นจนถึงระดับศรัทธาในตัวเองเพื่อเอาไปใช้ดีไซน์ชีวิตคุณ ใช่ ผมมีคำตอบให้คุณผู้อ่านที่รัก ง่ายมาก แต่เสี่ยง…!!!

เสี่ยงตรงไหน เสี่ยงตรงที่คนไทยชอบเล่นการพนัน ใช่ ผมกำลังชวนคุณมาพนันอนาคต ด้วยความเชื่อมั่นที่คุณมีอยู่ไม่ว่าคุณจะมีเท่าไหร่ก็ตาม ชนะได้หลายเท่าตัว แพ้เสียจนติดลบ สนมั้ย…!!! ไม่ใช้เงิน แต่ใช้อนาคตเดิมพัน…!!! เอาหละ พร้อมหรือยัง ที่จะเล่นเกมส์พนันที่มีอนาคตที่เหลือเป็นเดิมพัน เกมส์นี้ผมขอตั้งชื่อว่า “เดิมพันศรัทธาในตัวเอง”

ศรัทธาในตัวเองไม่ได้เกิดจากการพยายามบอกตัวเองหน้ากระจกว่า “เราเป็นคนเก่ง เราเป็นคนดี” แต่ศรัทธาในตัวเองเกิดจากการที่เรามีความเชื่อมั่นจากก้นบึ้งหัวใจ เป็นความเชื่อมั่นแบบบริสุทธิ์ที่ปราศจากความสงสัยว่าเราคู่ควรที่จะได้รับสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต มีหลักฐานที่ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเหมาะสมกับชีวิตที่ดี มีความสุข ออกแบบได้ เป็นชีวิตที่เราอยากได้จริงๆจากหัวใจ

ขั้นแรก มันต้องเริ่มจากการชำแหละความคิดประเภท “เราห่วยแตก ทำไม่ได้ทิ้งไป” และแทนที่ด้วยคำว่า “เห้ย เอาเข้าจริงเราก็ทำได้ เราก็เจ๋งเหมือนกันนี่หว่า”ความคิดแบบนี้แหละ คือความคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ทุกๆเรื่อง ความคิดแบบนี้แหละ ถึงจะกลายเป็นการเริ่มสร้างตำนานของคุณ เป็นการสร้าง “ศรัทธาในตัวเอง”

ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่แม่ผมเป็นมะเร็ง ผมตกงาน รถโดนทุบ เงินเก็บเหลือ 300 บาททั้งตัว ความรู้สึกตอนนั้นยากเกินกว่าจะบรรยาย ผมซึ่งเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองอยู่เป็นทุน ทั้งอาย ทั้งขายหน้าที่ชีวิตล้มเหลว ไหนจะเรื่องแม่ที่ผมไม่รู้จะหาทางออกยังไงอีก ทำให้การดำเนินชีวิตในตอนนั้นยิ่งกว่าปั่นจักรยานล้อเดียว จนกระทั่งผมเจอพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังป่วยหนักระดับเป็นตายอย่างละครึ่ง เธอรวยมาก ครอบครัวน่ารักและมีความสุขกันแบบพ่อแม่ลูก (เธอมี Passive Income ในระดับสูงมากๆ)

เธอเล่าให้ผมฟังว่าธุรกิจแรกในชีวิตเธอ เธอขายกางเกงยีนต์ วันแรกเธอขับรถข้ามจังหวัดเพื่อไปขายกางเกงยีนต์ ผมจำไม่ได้ว่าเธอลงทุนเท่าไหร่ แต่เธอบอกว่าวันแรกจากการทำธุรกิจ เธอได้เงิน 70,000 บาทไปนอนกอดด้วยความดีใจ “ชีวิตคนเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลงมือทำเถอะน้องวิชญ์” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงที่สนุก แต่สายตาเธอช่างหมองหม่นเหลือเกิน

ผมมานั่งคิดดู แม่ผมป่วยกาย แต่ผมป่วยทางใจ ผมอยากเป็นนายตัวเองมาตั้งแต่มหาลัย เลยคิดว่าบางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ฟ้าประทานให้เราเป็นนายตัวเองก็ได้ พอผมถามไพ่ Tarot ไพ่บอกผมว่าอยากได้ชีวิตแบบไหน เราก็ต้องลงมือทำแบบนั้น สุดท้ายผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง เพราะตอนนั้นไม่มีทางเลือก

ผมตั้งกฏหลอกๆ โดยการบอกกับตัวเองว่า ถ้าเราออกกำลังกายได้ทุกวัน เราจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ถ้าเราสวดมนต์ไหว้พระได้ทุกวัน เราจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ถ้าเรากินอาหารมังสวิรัติได้ 1 เดือน เราจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน เป็นต้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าความคิดบ้าๆบอๆ เปลี่ยนตัวเองแบบสุกเอาเผากินของผมกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนชีวิต กลายเป็นสิ่งที่ผมใช้ยามที่ผมท้อแท้ สิ้นหวัง ใช่ ถ้าเราอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเอง ก็ต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความคิดและการกระทำ เริ่มมองเห็นไอเดียแล้วหรือยังครับ

ไพ่ของลูกค้าของผมหลายท่านมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ แต่ที่ทำไม่ได้จริงๆซะทีเพราะความเชื่อมั่นเกิดจากการบอกตัวเองด้วยความคิด ไม่ได้เกิดขึ้นจากศรัทธา ศรัทธาในตัวเองเกิดจากความเชื่อมั่น + หลักฐานความสำเร็จ นั่นหมายความว่าถ้าคุณเป็นคนที่บอกตัวเองทุกวันว่าเราเก่ง เราดี เรามีความสามารถ แต่หัวใจไม่สามารถค้นหาหลักฐานมายืนยันสิ่งที่คุณคิดได้ จบ คุณก็จะได้ชีวิตครึ่งๆกลางๆ ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่เดินหน้า ไม่ถอยหลัง ไม่ซ้ายและไม่ขวา เพราะความเชื่อมั่นจะอยากผลักให้คุณพัฒนาตัวเอง แต่ขาดความศรัทธาจะรั้งให้คุณอยู่ที่เดิม

“ความเชื่อมั่น + หลักฐานความสำเร็จ = ศรัทธาในตัวเอง”

ดังนั้น ถ้าคุณอยากที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบชีวิตตัวเอง คุณต้องเริ่มต้นจากการค้นหาหลักฐานของความเชื่อมั่นในตัวเอง ลองกำหนดโจทย์ขึ้นมาที่จะทำให้ตัวเองหลุดจาก Comfort Zone เช่น ฉันจะออกกำลังกายสัปดาห์ละ 120 นาทีแล้วฉันจะมีชีวิตที่ดี ฉันจะกินข้าว 3 มื้อโดยไม่กินขนมแล้วฉันจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฉันจะอ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่มแล้วฉันจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ฉันจะถือศีลห้าแล้วลูกค้าจะชอยฉัน ฉันจะสวดมนต์ไหว้พระทุกวันแล้วฉันจะกลายเป็นคนที่ความกลัวทำอะไรไม่ได้ ฉันจะเลิกกินเนื้อสัตว์ 1 เดือนแล้วฉันจะมองเห็นโอกาสในชีวิตได้เหมือนเห็นนกบิน ฉันจะนั่งสมาธิวันละ 5 นาทีแล้วหัวใจฉันจะกลายเป็นหัวใจนักสู้ ฉันจะเลิกเล่น Facebook หลัง 4 ทุ่มแล้วฉันจะมีสมาธิพอจะแก้ทุกปัญหาชีวิต หรือถ้าใน 2 เดือนฉันทำ …… ได้ ฉันจะเป็นนายตัวเองที่ประสบความสำเร็จ ฉันจะเริ่มต้นธุรกิจที่จะพลิกชีวิตฉันได้อย่างงดงาม เป็นต้น

ลองกำหนดโจทย์และผลลัพธ์ให้ตัวเองขึ้นมาแล้วควบคุมตัวเองให้ได้ ประทับตาคำว่าเราทำได้ลงไปในหัวใจเราเยอะๆ โจทย์ที่ตั้งยิ่งยากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสได้รับคะแนนศรัทธาในตัวเองเยอะขึ้นเท่านั้น แต่ประเด็นก็คือถ้าคุณตั้งโจทย์ขึ้นมา แล้วทะลึ่งทำไม่ได้ โอกาสที่คุณจะสูญเสียทั้งศรัทธาและความเชื่อมั่นจะมีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โจทย์ง่ายเวลาทำสำเร็จได้คะแนนน้อย แต่เวลาล้มเหลวเสียคะแนนเยอะ ถ้าคุณเป็นคนประเภทฉันทำไม่ได้ แล้วบังเอิญตั้งกฏขึ้นมาแล้วทำไม่ได้ ความมั่นใจและศรัทธาในตัวเองของคุณจะลดต่ำติดดินยิ่งกว่าเดิมอีก นี่แหละผมถึงเรียกว่าการเดิมพันไงหละ

การสร้างศรัทธาในตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันต้องอาศัยความใจถึง ผมรับประกันว่าใครใช้วิธีผม จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตัวเองตั้งแต่ 7 วันเท่านั้น…!!! ผมขอเอาหัวของผมเป็นประกัน วิธีนี้ผมลองแล้วเวิร์ค 100% แต่กรุณาอย่าลืม ถ้าคุณตั้งกฏและทำไม่ได้ แล้วคุณสูญเสียความมั่นใจยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งอาจจะทำให้ศรัทธาคุณกร่อนลงยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้ ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ก็เป็นความผิดของคุณ ไม่ใช่ความผิดของผม ดังนั้นอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง อยากรับใช้ความฝันของตัวเอง หยุดเอาความกลัวมาเป็นอุปสรรค แล้วรีบเอาวิธีนี้ไปใช้ซะ มันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ศรัทธาในตัวเอง”

อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ไม่มีไอเดีย โอกาสมาแล้วครับ อย่าลืม ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คือศิลปินที่กล้าออกแบบชีวิตตัวเอง สู้ๆ

ทุนเรียนต่อเมืองนอก

E-Book แนะนำ รองรับโทรศัพท์มือถือ


กรอกข้อมูลเพื่อรับสิทธิพิเศษ