ปัญหาของคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง คิดอยากออกแบบชีวิตตัวเอง แต่ไม่กล้าที่จะทำตามความฝัน อุปสรรคแรกและอุปสรรคเดียวที่ขวางระหว่างชีวิตกับการใช้ชีวิตคือขาดความ “เชื่อมั่น” หนักๆสุดคือการขาด “ศรัทธาในตัวเอง” ถ้าใครก็ตามที่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นว่าแย่แล้ว แต่ถ้าไม่มีทั้งสองอย่างนี้ หมดสิทธิ์หวังว่าจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้แน่นอน
- อยากลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจของตัวเอง
- อยากกอดเงินแสนแรกในชีวิตให้สำเร็จ
- อยากประสบความสำเร็จในอาชีพเสริม
- อยากเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน
- อยากมีความรักที่ดี มีความสุข ประสบความสำเร็จ
- อยากออกแบบชีวิตตัวเอง แต่เหตุผลเดิมๆ กลัว
- บลาๆๆ หลายอยาก (อีกหลายข้อ)
อะไรนะ อยากทำทั้งหมดอย่างที่เขียนมา แต่ไม่มีความเชื่อมั่นงั้นเหรอ…ไม่ศรัทธาในตัวเองเหรอ ถ้าอย่างนั้น หยุดฝันเลย ไม่มีทางทำได้หรอก ผมฟันธง โลกมันโหดร้ายแบบนั้นแหละ ขาดความเชื่อมั่นและขาดความศรัทธาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งชีวิตก็จบแล้ว จบตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ
แต่ผมขอรับประกัน ใครที่ขาดความเชื่อมั่น ขาดความศรัทธาในตัวเอง รู้สึกชีวิตตัวเองไม่ได้เรื่อง ก้าวหน้าไปกว่านี้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าชีวิตจะออกหัวหรือก้อย และทนอยู่กับสภาวะแบบนั้นอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมมีวิธีเด็ดๆที่จะทำให้คุณขจัดความกลัว และสร้างความเชื่อมั่นจนถึงระดับศรัทธาในตัวเองเพื่อเอาไปใช้ดีไซน์ชีวิตคุณ ใช่ ผมมีคำตอบให้คุณผู้อ่านที่รัก ง่ายมาก แต่เสี่ยง…!!!
เสี่ยงตรงไหน เสี่ยงตรงที่คนไทยชอบเล่นการพนัน ใช่ ผมกำลังชวนคุณมาพนันอนาคต ด้วยความเชื่อมั่นที่คุณมีอยู่ไม่ว่าคุณจะมีเท่าไหร่ก็ตาม ชนะได้หลายเท่าตัว แพ้เสียจนติดลบ สนมั้ย…!!! ไม่ใช้เงิน แต่ใช้อนาคตเดิมพัน…!!! เอาหละ พร้อมหรือยัง ที่จะเล่นเกมส์พนันที่มีอนาคตที่เหลือเป็นเดิมพัน เกมส์นี้ผมขอตั้งชื่อว่า “เดิมพันศรัทธาในตัวเอง”
ศรัทธาในตัวเองไม่ได้เกิดจากการพยายามบอกตัวเองหน้ากระจกว่า “เราเป็นคนเก่ง เราเป็นคนดี” แต่ศรัทธาในตัวเองเกิดจากการที่เรามีความเชื่อมั่นจากก้นบึ้งหัวใจ เป็นความเชื่อมั่นแบบบริสุทธิ์ที่ปราศจากความสงสัยว่าเราคู่ควรที่จะได้รับสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต มีหลักฐานที่ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเหมาะสมกับชีวิตที่ดี มีความสุข ออกแบบได้ เป็นชีวิตที่เราอยากได้จริงๆจากหัวใจ
ขั้นแรก มันต้องเริ่มจากการชำแหละความคิดประเภท “เราห่วยแตก ทำไม่ได้ทิ้งไป” และแทนที่ด้วยคำว่า “เห้ย เอาเข้าจริงเราก็ทำได้ เราก็เจ๋งเหมือนกันนี่หว่า”ความคิดแบบนี้แหละ คือความคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ทุกๆเรื่อง ความคิดแบบนี้แหละ ถึงจะกลายเป็นการเริ่มสร้างตำนานของคุณ เป็นการสร้าง “ศรัทธาในตัวเอง”
ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่แม่ผมเป็นมะเร็ง ผมตกงาน รถโดนทุบ เงินเก็บเหลือ 300 บาททั้งตัว ความรู้สึกตอนนั้นยากเกินกว่าจะบรรยาย ผมซึ่งเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองอยู่เป็นทุน ทั้งอาย ทั้งขายหน้าที่ชีวิตล้มเหลว ไหนจะเรื่องแม่ที่ผมไม่รู้จะหาทางออกยังไงอีก ทำให้การดำเนินชีวิตในตอนนั้นยิ่งกว่าปั่นจักรยานล้อเดียว จนกระทั่งผมเจอพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังป่วยหนักระดับเป็นตายอย่างละครึ่ง เธอรวยมาก ครอบครัวน่ารักและมีความสุขกันแบบพ่อแม่ลูก (เธอมี Passive Income ในระดับสูงมากๆ)
เธอเล่าให้ผมฟังว่าธุรกิจแรกในชีวิตเธอ เธอขายกางเกงยีนต์ วันแรกเธอขับรถข้ามจังหวัดเพื่อไปขายกางเกงยีนต์ ผมจำไม่ได้ว่าเธอลงทุนเท่าไหร่ แต่เธอบอกว่าวันแรกจากการทำธุรกิจ เธอได้เงิน 70,000 บาทไปนอนกอดด้วยความดีใจ “ชีวิตคนเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลงมือทำเถอะน้องวิชญ์” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงที่สนุก แต่สายตาเธอช่างหมองหม่นเหลือเกิน
ผมมานั่งคิดดู แม่ผมป่วยกาย แต่ผมป่วยทางใจ ผมอยากเป็นนายตัวเองมาตั้งแต่มหาลัย เลยคิดว่าบางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ฟ้าประทานให้เราเป็นนายตัวเองก็ได้ พอผมถามไพ่ Tarot ไพ่บอกผมว่าอยากได้ชีวิตแบบไหน เราก็ต้องลงมือทำแบบนั้น สุดท้ายผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง เพราะตอนนั้นไม่มีทางเลือก
ผมตั้งกฏหลอกๆ โดยการบอกกับตัวเองว่า ถ้าเราออกกำลังกายได้ทุกวัน เราจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ถ้าเราสวดมนต์ไหว้พระได้ทุกวัน เราจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ถ้าเรากินอาหารมังสวิรัติได้ 1 เดือน เราจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน เป็นต้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าความคิดบ้าๆบอๆ เปลี่ยนตัวเองแบบสุกเอาเผากินของผมกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนชีวิต กลายเป็นสิ่งที่ผมใช้ยามที่ผมท้อแท้ สิ้นหวัง ใช่ ถ้าเราอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเอง ก็ต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความคิดและการกระทำ เริ่มมองเห็นไอเดียแล้วหรือยังครับ
ไพ่ของลูกค้าของผมหลายท่านมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ แต่ที่ทำไม่ได้จริงๆซะทีเพราะความเชื่อมั่นเกิดจากการบอกตัวเองด้วยความคิด ไม่ได้เกิดขึ้นจากศรัทธา ศรัทธาในตัวเองเกิดจากความเชื่อมั่น + หลักฐานความสำเร็จ นั่นหมายความว่าถ้าคุณเป็นคนที่บอกตัวเองทุกวันว่าเราเก่ง เราดี เรามีความสามารถ แต่หัวใจไม่สามารถค้นหาหลักฐานมายืนยันสิ่งที่คุณคิดได้ จบ คุณก็จะได้ชีวิตครึ่งๆกลางๆ ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่เดินหน้า ไม่ถอยหลัง ไม่ซ้ายและไม่ขวา เพราะความเชื่อมั่นจะอยากผลักให้คุณพัฒนาตัวเอง แต่ขาดความศรัทธาจะรั้งให้คุณอยู่ที่เดิม
“ความเชื่อมั่น + หลักฐานความสำเร็จ = ศรัทธาในตัวเอง”
ดังนั้น ถ้าคุณอยากที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบชีวิตตัวเอง คุณต้องเริ่มต้นจากการค้นหาหลักฐานของความเชื่อมั่นในตัวเอง ลองกำหนดโจทย์ขึ้นมาที่จะทำให้ตัวเองหลุดจาก Comfort Zone เช่น ฉันจะออกกำลังกายสัปดาห์ละ 120 นาทีแล้วฉันจะมีชีวิตที่ดี ฉันจะกินข้าว 3 มื้อโดยไม่กินขนมแล้วฉันจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฉันจะอ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่มแล้วฉันจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ฉันจะถือศีลห้าแล้วลูกค้าจะชอยฉัน ฉันจะสวดมนต์ไหว้พระทุกวันแล้วฉันจะกลายเป็นคนที่ความกลัวทำอะไรไม่ได้ ฉันจะเลิกกินเนื้อสัตว์ 1 เดือนแล้วฉันจะมองเห็นโอกาสในชีวิตได้เหมือนเห็นนกบิน ฉันจะนั่งสมาธิวันละ 5 นาทีแล้วหัวใจฉันจะกลายเป็นหัวใจนักสู้ ฉันจะเลิกเล่น Facebook หลัง 4 ทุ่มแล้วฉันจะมีสมาธิพอจะแก้ทุกปัญหาชีวิต หรือถ้าใน 2 เดือนฉันทำ …… ได้ ฉันจะเป็นนายตัวเองที่ประสบความสำเร็จ ฉันจะเริ่มต้นธุรกิจที่จะพลิกชีวิตฉันได้อย่างงดงาม เป็นต้น
ลองกำหนดโจทย์และผลลัพธ์ให้ตัวเองขึ้นมาแล้วควบคุมตัวเองให้ได้ ประทับตาคำว่าเราทำได้ลงไปในหัวใจเราเยอะๆ โจทย์ที่ตั้งยิ่งยากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสได้รับคะแนนศรัทธาในตัวเองเยอะขึ้นเท่านั้น แต่ประเด็นก็คือถ้าคุณตั้งโจทย์ขึ้นมา แล้วทะลึ่งทำไม่ได้ โอกาสที่คุณจะสูญเสียทั้งศรัทธาและความเชื่อมั่นจะมีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โจทย์ง่ายเวลาทำสำเร็จได้คะแนนน้อย แต่เวลาล้มเหลวเสียคะแนนเยอะ ถ้าคุณเป็นคนประเภทฉันทำไม่ได้ แล้วบังเอิญตั้งกฏขึ้นมาแล้วทำไม่ได้ ความมั่นใจและศรัทธาในตัวเองของคุณจะลดต่ำติดดินยิ่งกว่าเดิมอีก นี่แหละผมถึงเรียกว่าการเดิมพันไงหละ
การสร้างศรัทธาในตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันต้องอาศัยความใจถึง ผมรับประกันว่าใครใช้วิธีผม จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตัวเองตั้งแต่ 7 วันเท่านั้น…!!! ผมขอเอาหัวของผมเป็นประกัน วิธีนี้ผมลองแล้วเวิร์ค 100% แต่กรุณาอย่าลืม ถ้าคุณตั้งกฏและทำไม่ได้ แล้วคุณสูญเสียความมั่นใจยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งอาจจะทำให้ศรัทธาคุณกร่อนลงยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้ ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ก็เป็นความผิดของคุณ ไม่ใช่ความผิดของผม ดังนั้นอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง อยากรับใช้ความฝันของตัวเอง หยุดเอาความกลัวมาเป็นอุปสรรค แล้วรีบเอาวิธีนี้ไปใช้ซะ มันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ศรัทธาในตัวเอง”
อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ไม่มีไอเดีย โอกาสมาแล้วครับ อย่าลืม ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คือศิลปินที่กล้าออกแบบชีวิตตัวเอง สู้ๆ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนาคต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนาคต แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ตัวชี้วัดความสำเร็จต้นทางที่สามารถทำนายอนาคตของคุณได้
“ดัชนีตัวชี้วัดความสำเร็จต้นทางที่สามารถทำนายอนาคตของคุณได้”
สวัสดีครับ วันนี้ ผมจะแบ่งปันในส่วนของปัจจัยต้นทางที่เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของตัวคุณ ซึ่งผมขอเรียกว่าดัชนีตัวชี้วัดต้นทาง ซึ่งเมื่อคุณทำความเข้าใจเรื่องนี้แล้ว คุณก็จะสามารถทำนายผลลัพธ์ชีวิตของตัวคุณรวมถึงผลลัพธ์ของทุกคนในองค์กรของคุณได้ แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวทำนายผลที่แม่นยำ แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามและไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะใส่ใจ ปัจจัยที่ผมกำลังหมายถึง นั่นก็คือ กระบวนการเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาตนเอง กิจกรรมที่คุณเลือกทำและอารมณ์ระหว่างวันที่อยู่กับตัวคุณ ทั้งสามปัจจัยนี้ เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น หากผลลัพธ์ที่คุณต้องการคือความสำเร็จที่มากกว่า คุณจำเป็นต้องเข้าใจและกำกับดูแลทั้งสามปัจจัย ดังนี้
1.การเรียนรู้และพัฒนาตนเองรายสัปดาห์
มนุษย์ทุกคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เก่งในสาขาอาชีพนั้นๆ และคนเก่งส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นจากคนไม่เก่งมาก่อน แต่เขามีการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นคนเก่งในที่สุด
ดังนั้น หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจซัคเซสมอร์ คนต้องเข้าเรียนรู้ อ่านหนังสือ เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจนคุณเก่งขึ้นๆในทุกๆสัปดาห์ เมื่อเก่งขึ้น คุณจะสามารถสร้างผลงานได้มากขึ้นและยังสามารถดูแลสอนงานคนในองค์กรได้ดีขึ้นอีกด้วย ความสำเร็จของคุณก็จะถูกยกระดับให้สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนเองรายสัปดาห์ สามารถทำนายถึงระดับความสำเร็จที่คุณจะได้รับ
2.กิจกรรมที่คุณเลือกทำในแต่ละวัน
คุณและผม ต่างมีภารกิจมากมายที่ต้องทำและต้องรับผิดชอบ แต่ทว่าทุกๆกิจกรรมที่คุณทำในแต่ละวัน มีคุณค่าต่อการเคลื่อนตัวคุณไปสู่เป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้น ตัวชี้ขาดความสำเร็จของคุณจึงไม่ได้วัดจากการที่คุณทำมากหรือทำน้อย ประเด็นหลักอยู่ตรงที่ คุณได้ทำในกิจกรรมหรือเนื้องานที่ใช่หรือไม่ สิ่งที่ใช่ของคุณกับของผมไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะเราอาจมีเป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องการจริงๆไม่เหมือนกัน
จงจำไว้ว่า หากคุณต้องการมีผลลัพธ์ที่ดี คุณต้องออกแบบกิจกรรมหรือเนื้องานในแต่ละวันให้สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ เช่นเนื้องานเกี่ยวกับการแบ่งปันโอกาส การแนะนำสินค้า การสอนงาน การโค้ชชิ่ง การเคลื่อนบัตรงานต่างๆ การสร้างสายสัมพันธ์กับคนในองค์กร การกำกับดูแลองค์กร การจัดประชุมและการเรียนรู้ทั้งจากการเข้าอบรม การฟังซีดี การอ่านหนังสือและการพูดคุยกับผู้รู้ หากเป้าหมายของคุณคือการประสบความสำเร็จในระดับสูง คุณก็ต้องทำกิจกรรมต่างๆที่ว่ามาอย่างเข้มข้น ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่คุณต้องการ ถ้าคุณใช้เวลาอยู่กับกิจกรรมเหล่านี้อย่างมีวินัย คุณก็สามารถทำนายผลความก้าวหน้าของคุณได้อย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณใช้เวลาตลอดวันตลอดเดือนของคุณกับกิจกรรมอื่นที่นอกเหนือจากนี้ คุณก็สามารถทำนายผลได้ล่วงหน้าเลยว่าเป้าหมายของคุณจะไม่บรรลุอย่างแน่นอนเช่นเดียวกัน
3.อารมณ์ที่คุณใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน
ในหลักการสร้างความสำเร็จของมนุษย์นั้น อารมณ์ยิ่งใหญ่กว่าเหตุผลเป็นร้อยเท่า เพราะอารมณ์เป็นเรื่องเดียวกันกับพลังในตัวคุณ แม้ว่าคุณจะออกแบบและเลือกกิจกรรมที่ถูกต้อง แต่ถ้าคุณออกไปทำกิจกรรมแบบซังกะตาย ฝืนใจสุดๆเหมือนถูกพ่อแม่บังคับ คุณจะไม่มีวันที่จะทำสิ่งนั้นได้ดี จงจำไว้ว่า หากในแต่ละวันคุณมีแต่อารมณ์กลัว ห่อเหี่ยว หดหู่ เหนื่อยหน่ายและสิ้นหวัง คุณจะไม่มีวันที่จะสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้ ในทางตรงกันข้าม หากคุณสามารถทำให้ตัวคุณอยู่ในสภาวะเปี่ยมพลัง มีความตื่นเต้น กระตือรือร้น กระปรี้กระเปร่า สดใส มีความรักความปรารถนาดีและมีความหวัง คุณก็จะสามารถออกไปทำกิจกรรมที่ใช่อย่างมีเสน่ห์ จนทำให้ผู้อื่นสัมผัสถึงพลังและเสน่ห์ในตัวคุณได้ ซึ่งก็จะส่งผลทำให้การทำงานในแต่ละวันของคุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำนายผลลัพธ์ทั้งของตัวคุณและของทีมงานได้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน
ท่านผู้อ่านคับ ความสำเร็จในชีวิตของคุณ คุณต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หากวันนี้ชีวิตยังเดินทางมาไม่ถึงจุดที่คุณต้องการจริงๆ จงให้เวลาสำหรับการนั่งทบทวนถึงการลงทุนเรื่องการเรียนรู้พัฒนาตนเองของคุณ กิจกรรมรายวัน รายสัปดาห์ของคุณ และอารมณ์ที่คุณทำกิจกรรมเหล่านั้นในแต่ละวัน ปรับเปลี่ยนบางสิ่ง บางมุม บางอารมณ์ ด้วยหัวใจที่เปิดรับ ผมเชื่อมั่นว่า ชีวิตของคุณจะไปได้ไกลกว่านี้อีก เพราะทั้งการเรียนรู้ กิจกรรมและอารมณ์ เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่ต้นทางครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

