แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้นำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้นำ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

ผู้นำกับชัยชนะ


วันนี้จะขอแบ่งปันในเรื่องราว  ผู้นำกับชัยชนะ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า ชัยชนะนั้นมีหลายนิยาม  มีตั้งแต่ชัยชนะที่เอาตนเองเป็นที่ตั้งโดยไม่สนใจกฎกติกามารยาท  ไปจนถึงชัยชนะที่คำนึงถึงผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อผู้อื่น  ต่อองค์กรและต่อสังคมส่วนรวม  ในที่นี้  ผมจะเน้นผู้นำกับการสร้างชัยขนะในแบบที่สร้างสรรค์  เชิญติดตามได้เลยครับ

     สี่คุณสมบัติสำคัญของผู้นำผู้ชนะ

         1.ผู้นำผู้ชนะต้องเป็นคนที่มีความคิด

                 การจะเป็นผู้นำผู้ชนะได้  ต้องเริ่มต้นจากระบบคิดก่อน  ซึ่งต้องเป็นระบบคิดที่มององค์รวมเป็นหลัก  ไม่ใช่คนที่เริ่มต้นคิดว่า  ทำอะไรหรือไม่ทำอะไรเพื่อให้ตนเองได้อะไร  แต่จะคิดเสมอว่าสิ่งที่จะทำ ส่งผลกระทบกับใครบ้าง  และจะมุ่งความคิดไปในทิศทางที่เกิดผลดีขึ้นต่อทุกๆฝ่ายที่อยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน  นอกจากนั้น  ยังต้องเป็นผู้มีความคิดที่มองเห็นจุดหมายปลายทางอย่างมีวิสัยทัศน์   มีความคิดในเชิงการกำหนดทิศทาง  ในเชิงการวางแผนและเชิง การวิเคราะห์ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ในสภาวะการณ์ต่างๆ  หากผู้นำเป็นคนที่มีความคิดเป็นพื้นฐาน  ก็ถือว่ามีคุณสมบัติหนึ่งในสี่ที่จะสร้างชัยชนะได้

      2. ผู้นำผู้ชนะต้องเป็นคนมีค่านิยมที่ถูกต้อง

             ค่านิยมในตัวผู้นำ  เป็นสิ่งที่กำกับการตัดสินใจทำหรือไม่ทำในเรื่องต่างๆ  หากผู้นำมีค่านิยมที่ผิดๆ  ก็มีโอกาสสูงที่จะเลือกทำในสิ่งที่ผิดได้  ดังนั้น  ผู้นำที่จะสามารถสร้างชัยชนะที่ยั่งยืน  จึงต้องมีค่านิยมในเชิงส่งเสริมความยั่งยืน  อันได้แก่ ค่านิยมในการเลือกทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง ค่านิยมในการเคารพกติกาสังคม  ค่านิยมในการทำงานเป็นทีม ค่านิยมในการเคารพและปฏิบัติตามกฎจรรยาบรรณ  ค่านิยมแห่งการเรียนรู้พัฒนาตนเอง  ค่านิยมแห่งการสร้างความสำเร็จ  ค่านิยมแห่งการทำให้ดีกว่าเดิมเสมอ  ค่านิยมแห่งการมุ่งมั่นทุ่มเทและค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์และไว้วางใจได้  เป็นต้น

3.ผู้นำผู้ชนะต้องเป็นคนมีพลัง

           สภาวะอารมณ์เป็นตัวกำกับสำคัญในการใช้ความรู้ความสามารถของตัวผู้นำและคนอื่นๆ   ดังนั้น  ผู้นำที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต  จึงจำเป็นต้องเป็นคนที่อยู่ในสภาวะอารมณ์เปี่ยมพลัง  พร้อมๆกับเป็นคนที่จุดประกายพลังให้แก่ผู้อื่นได้ด้วย  เมื่อผู้นำมีพลังและจุดประกายพลังให้ผู้อื่น  ก็จะทำให้องค์กรนั้นเป็นองค์กรเปี่ยมพลัง  มีบรรยากาศที่ดี  คนในองค์กรก็จะสามารถสร้างผลงานได้ดีขึ้น

4.ผู้นำผู้ชนะต้องมีความกล้าหาญ

       การนำพาองค์กรไปสู่ชัยชนะที่ยั่งยืนนั้น  ผู้นำต้องกล้าทำในสิ่งที่ต้องทำ  บางครั้งต้องให้ใครบางคนออกจากองค์กรเพื่อให้องค์กรไปต่อในระยะยาวได้  ต้องกล้าที่จะพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหา  ต้องกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเพราะพวกเขาอาจยังมองไม่เห็น และต้องกล้าที่จะยอมรับความจริงเพื่อการปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

        อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเป็นยังไงบ้าง  เกิดความมั่นใจมากขึ้นในการยกระดับตนเองเพื่อเป็นผู้นำผู้ชนะหรือยังครับ   ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าคุณตั้งใจและเอาจริงในการพัฒนาให้ตัวคุณเป็นผู้นำผู้ชนะ  คุณสามารถเป็นได้อย่างแน่นอน  ขอให้มีพลังในการสร้างและขับเคลื่อนผู้คน  ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เส้นชัยแห่งเดือนและปีครับ


วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พฤติกรรมของผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

   วันนี้จะว่ากันถึงเรื่องพฤติกรรมของผู้นำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคุณ ระหว่างอ่านไป  ขอให้ประเมินตนไปด้วยว่า ในแต่ละพฤติกรรมที่ระบุไว้  มันมีอยู่ในตัวคุณมากน้อยแค่ไหน  เชิญติดตามได้เลยครับ

       ว่ากันว่าระดับความสำเร็จของคุณ   ขึ้นอยู่กับระดับความเป็นผู้นำของตัวคุณ  ซึ่งแต่ละระดับที่คุณจะก้าวขึ้นไป  ก็ต้องมีคุณสมบัติบางอย่างที่เพิ่มขึ้นจากเดิม  ดังนั้น พัฒนาการของการเป็นผู้นำ จึงเริ่มจากพื้นฐานบางเรื่องที่คุณต้องมีความเด่น   จนคุณก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับกลางและก้าวต่อไปจนเป็นผู้นำระดับสูง   ซึ่งคนที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพนั้น  จะต้องมีความเก่งในสามเรื่องหลักๆ   ได้แก่  ความฉลาดเรื่องคน  มองโลกในแง่ดีและเป็นมืออาชีพ  ในฉบับนี้  ผมจะขยายความเกี่ยวกับความเก่งทั้งสามด้านของผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำก่อน  ดังนี้ครับ

-ความฉลาดเรื่องคน 

      คนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้  ต้องมีทักษะในเรื่องคน  ซึ่งความเก่งด้านนี้มี  3 ส่วนหลักๆได้แก่

      1.รู้จักตนเอง 

     รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเอง  รู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อนและรู้ว่าตัวคุณมีผลต่อผู้อื่นอย่างไร คุณต้องรู้จักที่จะนำจุดแข็งมาใช้ในการสร้างผลงานและพัฒนาจุดแข็งของคุณให้เด่นชัดยิ่งขึ้นจนมีความแตกต่างจากผู้อื่นอย่างชัดเจน  ในขณะเดียวกัน  จงระมัระวังจุดอ่อนของคุณ  อย่าให้มันสร้างความเสียหายต่องาน ต่อผู้อื่นและต่อองค์กร  ในขณะเดียวกัน  คุณต้องหาทางลดจุดอ่อนที่สำคัญๆโดยเฉพาะจุดอ่อนในเชิงบุคลิกภาพ  พร้อมๆกับการทำให้ตัวคุณอยู่ในเนื้องานที่คุณได้ใช้จุดแข็งเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและต่อองค์กรให้ได้มากที่สุด

      2. รู้จักคนอื่น

          คนแต่ละคนมีบุคลิกภาพที่แตกต่างกัน  มีจุดอ่อนจุดแข็งที่ไม่เหมือนกัน   มีความฝัน  มีแรงบันดาลใจที่แตกต่าง   มีความเข้าใจเรื่องราวเร็วช้าต่างกัน  อีกทั้งมีค่านิยม  มีวิถีการดำรงชีวิตและช่องทางการรับข่าวสารทางรูป รส กลิ่น เสียงและ สัมผัสที่แตกต่าง  ถ้าคุณเข้าใจและรู้จักคนอื่นในแง่มุมเหล่านี้  คุณก็จะสร้างอิทธิพลเหนือคนอื่นได้  นอกจากนั้น  คุณยังต้องรู้จักใช้จุดแข็งของคนอื่นมาช่วยสร้างสรรค์งาน และหาทางพัฒนาอย่าให้จุดอ่อนของคนอื่นทำให้งานเสียหาย

 3.รู้จักวิธีขายความคิดหรือโน้มน้าวจูงใจผู้อื่น

          คนที่จะเป็นผู้นำ  ต้องเก่งในการสื่อสัมพันธ์กับผู้คน  เพื่อให้คนที่อยู่ในฐานะเป็นลูกน้อง เป็นดาวน์ไลน์ เพื่อนร่วมงาน เป็นไซด์ไลน์ หรือเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเป็นอัพไลน์  เห็นด้วยและสนับสนุน  รวมถึงการทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่มีพลัง  ซึ่งต้องใช้ความเก่งในด้านรู้จักคนอื่นและมีทักษะด้านการสื่อสารที่ดีประกอบกัน

-มองโลกในแง่ดี

        ผู้นำที่ดีจะต้องมีมุมมองต่อโลกในเชิงบวก  ไม่ใช่คนประเภทคิดลบ  จับผิดหรือกรองสิ่งผิดก่อนเสมอ  ซึ่งการเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี  จะต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานของการเป็นคนมีความหวังในชีวิต  มีแรงผลักดัน  มีความยืดหยุ่นที่เหมาะสมในการใช้ชีวิต  มองหาทางออกของปัญหา  ไม่ใช่นั่งทับปัญหา  รู้จักเก็บอารมณ์  มองเห็นโอกาสในวิกฤติ  มีความเข้าใจความเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง  มีมุมมองต่อปัญหาว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขได้  ไม่ใช่เรื่องถาวรตลอดไป  รู้จักแยกแยะว่าอะไรคือสิ่งที่เราควบคุมได้และ อะไรเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา และจดจ่อไปยังปัจจัยที่เราเป็นผู้ควบคุม  ซึ่งในที่สุด จะส่งผลให้ปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้ลดน้อยลง

-มีความเป็นมืออาชีพ

     คนที่เริ่มยกระดับสู่การเป็นผู้นำ  จะมีคนประเมินให้คะแนนว่าจะยอมรับให้นำหรือไม่อยู่ตลอดเวลา   ดังนั้น  จึงจำเป็นต้องแสดงบางสิ่งบางอย่างที่บ่งบอกความเป็นมืออาชีพออกมา ตั้งแต่การเรียนรู้จนเข้าใจธุรกิจที่คุณทำอย่างแตกฉาน  พูดจาแสดงออกถึงความรู้จริง ไม่พูดมั่วๆหรือไร้แก่นสาร เรียนรู้การนำอย่างถูกต้อง  รู้ว่าการนำเริ่มต้นจากการยอมรับในบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก    คุณเป็นคนดูแลตัวเองดีหรือเปล่า  นิสัยใจคอเป็นอย่างไร  มีจิตใจที่ให้ความเป็นธรรมแก่คนอื่น  หรือเอารัดเอาเปรียบ  นิสัยแบ่งปันหรือเห็นแก่ตัว  ไว้วางใจได้แค่ไหน  นอกจากเรื่องบุคลิกภาพแล้ว  คุณยังจำเป็นต้องเป็นคนมีความสามารถและมีผลงานด้วย  ไม่ใช่เก่งแต่พูด หรือหน้าตาดี จิตใจดีอย่างเดียว

    ดังนั้น  จงจำไว้ว่า   หากคุณต้องการไต่ระดับบันไดผู้นำ  ขอให้เริ่มไต่ด้วยการวางรากฐานที่แข็งแรงก่อน  รากฐานที่แข็งแรงของผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ  ก็เกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้แบ่งปันไปข้างต้น  อยากเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพจริง  กลับไปอ่านทวนอีกรอบนะครับ  ผมมั่นใจว่าคุณจะสามารถเป็นผู้นำที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

ทุนเรียนต่อเมืองนอก

E-Book แนะนำ รองรับโทรศัพท์มือถือ


กรอกข้อมูลเพื่อรับสิทธิพิเศษ