วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อุปสรรคเพียงครั้งคราว แต่ความสำเร็จอยู่นาน


หนึ่งในสาเหตุของความล้มเหลวที่พบบ่อยที่สุดคือ การที่คนเราพบอุปสรรคแล้วท้อถอยไปเสียก่อน  ทั้งๆที่จริงแล้วอุปสรรคนั้นอยู่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น 

      เมื่อเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งหรือสองครั้งแรกก็ทำให้ทุกคนรู้สึกผิด  ระหว่างยุคตื่นทองของสหรัฐอเมริกา บุรุษชื่อ อาร์.ยู.ดาร์บี้ ก็มีคุณลุงที่เป็นโรคตื่นทองเหมือนกัน  เขารีบเดินทางไปฝั่งตะวันตกที่โคโลราโด เพื่อไปขุดทองคำและคาดหวังว่าจะร่ำรวย   เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนเราสามารถขุดทองได้จากความคิดของเราเอง  ซึ่งอาจมีมูลค่ามากกว่าขุดจากพื้นดินเสียอีก เขาขอสิทธิ์ในการขุดทองคำ
แล้วจึงเริ่มเข้าไปทำงานขุดและร่อนทอง


    หลังจากทำงานได้หลายสัปดาห์ เขาได้รับรางวัลแห่งความพยายามคือ ขุดพบแร่ทองคำเหลืองอร่ามเขารีบปิดเหมืองทองเล็กๆของเขา  โดยไม่บอกให้ใครรู้และกลับไปบ้านเกิดที่วิลเลียมเบิร์ก รัฐแมรีแลนด์เขาบอกกับญาติและเพื่อนบ้านบางคนถึงการค้นพบทองคำ  พวกเขาได้รวบรวมเงินกันเพื่อสร้างเหมืองขุดเจาะทองคำ อาร์.ยู.ดาร์บี้ ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับลุงของเขา  และรีบกลับไปทำงานที่เหมืองต่อ

     หลุมแรกถูกขุด เมื่อได้ทองคำแล้วก็ส่งไปหลอม  ผลตอบแทนที่ได้กลับมาพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในเจ้าของเหมืองทองคำที่รวยที่สุดในโคโลราโด  ถ้าเขาเจอทองคำอีกสักสองสามหลุม นอกจากจะล้างหนี้สินได้ทั้งหมดแล้วยังสามารถสร้างผลกำไรได้มหาศาล  ยิ่งขุดลึกลงไปเท่าไหร่ ความหวังของดาร์บี้และลุงของเขายิ่งมากขึ้นเท่านั้น

      แต่แล้วก็มีบางสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นคือ เมื่อขุดต่อไปกลับไม่พบแร่ทองคำอีกเลย ความหวังพังทลายลง เขาพยายามขุดต่อไปอีกแต่ก็ยังไม่พบทองคำ  ในที่สุดพวกเขาตัดสินใจที่จะหยุด  เขาขายเหมืองทองคำนั้นต่อให้พ่อค้าซื้อขายของเก่าคนหนึ่งในราคาเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์  แล้วนั่งรถไฟกลับบ้าน

      ภายหลังพ่อค้าคนนั้นได้ขอคำปรึกษาจากวิศวกรพบว่า  โครงการนี้ล้มเหลวเพราะเจ้าของเหมืองไม่คุ้นเคยกับเส้นทางของสายแร่ทองคำ จากการคำนวณ วิศวกรบอกว่าแหล่งแร่ทองคำอยู่ห่างออกไปแค่ 3 ฟุต จากจุดที่ดาร์บี้หยุดขุด  เหมืองแร่ทองคำนั้นได้ทำเงินให้พ่อค้าคนนั้นนับล้านดอลลาร์  เพียงเพราะเขารู้ว่าควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนจะล้มเลิกความตั้งใจ

      หลังจากนั้น  ดาร์บี้ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะเอาเงินทุนกลับคืนมา เขาค้นพบว่าปณิธานสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินทองได้  การเข้าสู่ธุรกิจขายประกันชีวิตทำให้เขาค้นพบตัวเอง  อย่าลืมว่าเขาสูญเสียโชคลาภไปเพราะว่าหยุดไปเสียก่อน ทั้งๆที่อีก 3 ฟุตก็จะถึงทองคำ ดาร์บี้ได้กำไรงามจากงานใหม่ เขาพูดกับตัวเองว่า

 “ผมเคยหยุดขุดทั้งๆที่อีก 3 ฟุตก็จะถึงทองคำ  ดังนั้นเวลาขยายประกัน ผมจึงไม่เคยหยุดขายเมื่อลูกค้าตอบว่า ‘ไม่’”

     ดาร์บี้ได้กลายเป็นหนึ่งในนักขายไม่กี่คนที่ทำยอดขายประกันชีวิตได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี  เขายึดมั่นต่อบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการล้มเลิกกลางคันในการทำธุรกิจเหมืองทองคำ

ในชีวิตจริงก่อนที่ความสำเร็จจะมาถึง เราต้องไม่หวั่นไหนต่อความล้มเหลวที่เป็นเพียงครั้งคราว

     หรือบางครั้งอาจต้องพบความพ่ายแพ้บ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ความล้มเหลวเอาชนะจิตใจเราได้
เราจะทำสิ่งที่มีเหตุผลที่สุดและง่ายที่สุดก็คือ ล้มเลิกมันไปเสีย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งซึ่งคนส่วนใหญ่ทำกัน

มีผู้ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า 500 คนในสหรัฐอเมริกา เคยบอกไว้ว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักรออยู่
หลังจากจุดซึ่งเขาพบกับความพ่ายแพ้แค่หนึ่งก้าว ความล้มเหลวจะหลอกลวงเราด้วยการเยาะเย้ยถากถาง  มันชอบทำให้คุณสะดุดล้มเมื่อใกล้จะถึงความสำเร็จอยู่แล้ว

   คุณต้องอดทนเพื่อก้าวไปให้ถึงความสำเร็จ   และผมมีวีดีโอหนึ่งฝากไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ได้อ่านบทความถึงตอนนี้ครับ   ขอให้ทุกคนมีกำลังใจเพื่อดำเนินชีวิตต่อไปครับ  แล้วพบกันใหม่  สวัสดี

15 แนวคิดของผู้ประสบความสำเร็จ


“บุคคลที่ประสบความสำเร็จต่างๆของโลกนั้น ล้วนแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน –พวกเขาคิดต่างจากคนทั่วไป"

1. คิดให้เป็นกิจวัตร การจะเป็นนักคิดที่เก่งจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำ

แดน แคธี ซีอีโอของ Chick-fil-A แฟรนไชส์ฟาสต์ฟูดชื่อดังของสหรัฐจัดเวลาให้ตนเองครึ่งวันทุกๆ 2 สัปดาห์ 1 วันทุกๆ เดือน และ 2-3 วัน ทุกๆ ปีเพื่อคิดตริตรองและวางแผนในเรื่องต่างๆ

2. ใช้กฏ 80/20 นั่นคือ อุทิศ 80% ของพลังงานทั้งหมดในตัวคุณให้กับ 20% ของกิจกรรมที่สำคัญที่สุด

จำไว้เสมอว่าคุณไม่สามารถอยู่ได้ทุกหนทุกแห่ง รู้จักคนทุกคนทำอะไรได้ทุกสิ่ง หลีกเลี่ยงการทำหลายๆ กิจกรรมพร้อมกันหากมันทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลง

3. เปิดกว้างตนเองแก่ความเห็นที่แตกต่างและเปิดใจแก่ผู้คนหลากหลายประเภทไอเดียเป็นสิ่งสำคัญ แต่การต่อยอด

4. ไอเดียนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน

เตือนตัวเองไว้เสมอว่าไอเดียนั้นไม่มีสารกันบูด จงรีบทำอะไรกับไอเดียดีๆ ที่เราคิดขึ้นมาได้ก่อนที่มันจะหมดอายุไปเสีย

5. ความคิดที่ดีนั้นใช้เวลาในการสร้าง

อย่าเพิ่งลงหลักปักฐานกับสิ่งแรกที่เข้ามาในหัวของคุณความคิดที่ดีมักจะต้องมีการปรับแต่งให้มีรูปร่างและผ่านกระบวนการทดสอบมาแล้ว

6. คนฉลาดมักจะชอบทำงานร่วมกับคนฉลาด

การคิดร่วมกันมักให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าคล้ายกับเป็นทางลัดให้กันและกันการระดมความคิดจึงเป็นวิธีการที่เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วให้กับงานต่างๆ

7. ความคิดกระแสนิยมอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีที่สุดเสมอไป

อย่าเพียงทำตามผู้อื่นเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ใครๆได้ไตร่ตรองมาแล้วจึงย่อมจะดีเสมอ ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากกว่ากว่าใครๆ

นั้นมักคิดอะไรด้วยตนเอง เขาจึงโดดเด่นจากฝูงชน

8. วางแผนหรือกลยุทธ์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความผิดพลาด

ให้แตกประเด็นใหญ่เป็นส่วนย่อยๆ เพื่อแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้นจากนั้นอย่าลืมตรวจสอบทรัพยากรและเครื่องมือต่างๆ ที่คุณมีและจัดวางมันให้เหมาะสมในการแก้ปัญหา

9. หาเวลาคิดและทำในสิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอๆ

ลองทำอะไรในกิจวัตรประจำวันที่คุณยังไม่เคยทำมาก่อนเพื่อการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตและหามุมมองกับไอเดียความคิดที่สดใหม่

10. ความคิดคุณไม่มีทางที่จะถูกต้องเสมอไป

ให้โอกาสกับความคิดผู้อื่นบ้าง

11. มีกำหนดการอยู่เสมอ อย่าวางแผนเพียงวันต่อวัน

ควรวางแผนล่วงหน้าระยะยาวให้เป็นนิสัยคิดก่อนว่าจะเรียนรู้เรื่องอะไรจากใคร คนฉลาดจะไม่เข้าสู่การประชุม งานสังสรรค์หรือการจิบกาแฟพูดคุยอย่างไร้จุดหมาย (ใช้เวลาไปสร้างสรรงานอื่นๆดีกว่าเสียเวลาประชุมอะไรที่ไม่มีผลผลิตที่มีค่าพอ) นี่เป็นการคิดเป็นระบบเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์การคิดที่มาจากการไตร่ตรองแล้วจะทำให้คุณมีความมั่นใจในการตัดสินใจ

12. ฝึกฝนการคิดสะท้อน (Reflective Thinking) หรือการคิดหลายแง่มุม

13. หลีกเลี่ยงการพูดแง่ลบกับตนเอง จงคิดว่าคุณสามารถทำได้และคุณจะทำ

คนฉลาดจะไม่เห็นข้อจำกัดต่างๆแต่ในทางกลับกันเขาจะเห็นโอกาสที่ถูกหยิบยื่นมา

14. มีความคิดสร้างสรร

อุทิศเวลาให้กับการค้นหาไอเดียใหม่ๆ อย่าไปกลัวความคลุมเครือและความล้มเหลวในเรื่องต่างๆ

15. อย่ามองโลกในแง่บวกไปเสียทุกเรื่อง

ต้องคิดให้สมเหตุสมผล และยอมรับความเป็นจริงคิดวิเคราะห์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ จำลองสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้และไม่ลืมที่จะวางแผนบนพื้นฐานของทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่

ทุนเรียนต่อเมืองนอก

E-Book แนะนำ รองรับโทรศัพท์มือถือ


กรอกข้อมูลเพื่อรับสิทธิพิเศษ